พระแท้น่านับถือ !!! หลวงพ่อชา แสนสมถะ มักน้อย ปฏิเสธการตั้งมูลนิธิ !!! ลั่น…เราพอกิน พออยู่แล้ว จะมากอะไรทำไม กินข้าวมื้อเดียว

ครั้งหนึ่งลูกศิษย์กลุ่มหนึ่งได้ปรารภกันถึงเรื่องที่อยากให้วัดหนองป่าพงได้มีมูลนิธิ อย่างเช่นกับที่บางวัดมีอยู่แล้ว เพื่อวัดจะได้มีความมั่นคง เพราะหลวงพ่อชาก็มีอายุมากขึ้นทุกวัน เมื่อปรึกษาหารือกันดีแล้ว จึงนำเรื่องเข้ากราบเรียนถวายความเห็น หลวงพ่อชาฟังแล้วก็ตอบว่า

“อย่างนั้นก็ดีอยู่ แต่ผมคิดว่ามันยังไม่ถูกต้อง เพราะพวกท่านก็ยังไม่อาศัยปฏิปทาที่บริสุทธิ์ของตัวเองถ้าพวกท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแล้วคงจะไม่อดพระพุทธเจ้าท่านก็ยังไม่เคยมีมูลนิธิเลย ท่านก็โกนหัวปลงผม ทำอะไรเหมือนพวกเรา ท่านก็ยังอยู่ได้ ท่านได้ปูทางไว้ให้แล้ว เราก็เดินตามทางของท่านก็น่าจะพอไปได้นะ” หลวงพ่อหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะสรุปอย่างเด็ดเดี่ยวว่า

“บาตรกับจีวรนี่แหละ มูลนิธิที่พระพุทธเจ้าตั้งไว้ให้เรา กินไม่หมดหรอก!”

ความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย มักน้อยสันโดษ เป็นปฏิปทาที่เด่นชัดอีกประการหนึ่งของหลวงพ่อชา กุฏิของท่านแทบจะโล่งเรียบเพราะไม่มีของใช้ฟุ่มเฟือย ห้องนอนก็เป็นห้องเล็ก มีเฉพาะเตียงนอนและของใช้ที่จำเป็น เช่น กระโถน วัตถุข้าวของต่าง ๆ ที่ญาติโยมนำมาถวายอยู่เสมอนั้น ท่านก็ส่งต่อไปให้ลูกศิษย์ลูกหายังวัดสาขาหมด หลวงพ่อไม่เคยมีบัญชีเงินฝากส่วนตัว ปัจจัยและเอกลาภต่าง ๆ ที่โยมถวายให้เป็นของกลางทั้งสิ้น ท่านเป็นผู้ที่พอแล้วจริง ๆ

“เราพอกิน พออยู่แล้ว จะมากอะไรทำไมนะ กินข้าวมื้อเดียว”

หลายครั้งที่โยมเคยมาตัดพ้อต่อว่า เพราะได้ปวารณาถวายปัจจัยไว้ให้หลวงพ่อใช้ในกิจส่วนตัว แต่ท่านไม่เคยเรียกใช้สักที แต่กลับปรารภกับลูกศิษย์ลูกหาว่า

“ยิ่งเขามาปวารณาแล้วผมก็ยิ่งกลัว”

พระอาจารย์เอนกได้เล่าความประทับใจในปฏิปทาข้อนี้ของหลวงพ่อว่า

“แต่สิ่งที่ผมภูมิใจ พอใจ และศรัทธาในตัวท่าน ก็คือปฏิปทาของท่านเอง ท่านไม่ใช่นักสะสมวัตถุไม่ว่าจะมีมูลค่าเท่าใดก็ตาม หลวงพ่อชาท่านเคยบอกว่า

พระถ้าบวชเข้ามาแล้วสะสมของพวกนี้ก็หมดกัน

อ้างอิงข้อมูลจาก : หนังสืออุปลมณี หน้าที่ ๑๐๖